head
home
about me
story
journey
gallery
forum
to be dj
link



live


::Link Exchange::

copy code ไปแปะที่เวบ
แล้วติดต่อมาที่ webmaster
เพื่อทำการแลกlink ครับ



 

ยินดีต้อนรับสู่เวบดีเจทอมเวอร์ชั่นใหม่ครับผม กับbackgroundสีดำช่วยลดความสว่างของหน้าจอทำให้ประหยัดไฟได้มากขึ้นครับ


:: To Be Dj.::

# ใบผู้ประกาศ


                   จริงๆแล้วอยากจะให้คอลัมน์นี้เป็นลักษณะถามมาตอบไปมากกว่าเพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้น
ตรงไหนก่อนดี เอาเป็นว่าขอเริ่มจากคำถามที่มักจะเจอบ่อยๆก่อนก็แล้วกัน

                    "ทำไงถึงจะได้เป็นดีเจ"  เป็นคำถามสั้นๆ แต่เวลาจะตอบทีนึงนี่ย๊าวยาว....
วันนี้ขอเริ่มต้นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกระบวนการกันซักหน่อย ส่วนที่อาจจะได้มาด้วยเหตุผลอื่นก็คง
ไม่ต้องไปกล่าวถึงเค้ากันล่ะ  สิ่งแรกสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยุโทรทัศน์พึงม นั่นคือ ใบอนุญาตรับรอง
การเป็นผู้ประกาศจากกรมประชาสัมพันธ์เพื่อใช้รับรองในการเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงและ
วิทยุโทรทัศน์ทั่วประเทศ นั่นคือถ้าคุณมีใบอนุญาตนี้คุณก็สามารถดำเนินรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ที่ไหนก็ได้
ทั่วประเทศ (ถ้าเค้ารับคุณนะ)
                   สำหรับขั้นตอนในการสอบเพื่อขอใบผู้ประกาศเนี่ย ก็มีอยู่หลายขั้นตอน ดังที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง
นี่แหละ อันนี้อ้างอิงข้อมูลจากเอกสารของกรมประชาสัมพันธ์เลยนะ...ซึ่งคนที่จะสอบผ่านได้นั้นต้องเป็นคนที่
สามารถพูด อ่าน ภาษาไทยได้ชัดเจนถูกต้องและใช้ภาษาได้ถูกต้องตามกาละเทศะซึ่งเป็นทักษะที่คุณจะต้อง
ฝึกฝนถ้าอยากสอบผ่าน...
                  หลายคนถามว่าทำยังไงถึงจะได้สอบ เดินไปขอสอบเลยได้ไม๊?   ไม่ได้ครับ ต้องมีกระบวนการดังนี้
                  อันดับแรกต้องมี

                  ผู้ส่งสอบ คือคนที่มีอำนาจหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการเป็นธุระให้คุณเกี่ยวกับการสมัครสอบซึ่งได้
แก่ท่านๆเหล่านี้

                    - ผอ.สถานีวิทยุ-โทรทัศน์นั้นๆ
                    - ผอ.สถาบันการประชาสัมพันธ์ กปส.,คณบดี/หัวหน้าภาควิชาด้านสื่อสารมวลชน อันนี้เหมาะสำหรับ
น้องๆน.ศ.ที่มีความสนใจก็สามารถรวมกลุ่มกันและเดินเรื่องกับทางอาจารย์ให้ช่วยดำเนินการให้ได้ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่
กับการให้ความสำคัญของท่านอาจารย์ด้วย ทางที่ดีรวมกลุ่มกันไปเยอะๆดีกว่าจะได้ไม่ต้องรบกวนท่านบ่อยๆ

                    - นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์ ผมเองก็มาจากส่วนนี้ที่ส่งมาสอบ ขั้นตอนคือเราต้องไปสมัคร
เป็นสมาชิกสมาคมเค้าซะก่อน สำหรับสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยก็อยู่ตรงซอยอารีย์ ติดกับกรม
ประชาสัมพันธ์นั่นเอง เราก็ไปถามเค้าก่อนว่าจะสมัครสมาชิกต้องเตรียมอะไรบ้าง ซึ่งผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว สำหรับ
ค่าสมัครไม่รู้ว่าตอนนี้กี่บาท ตอนนั้นผมสมัครรายปี ปีละ 200 และ2000 บาทสำหรับสมาชิกแบบตลอดชีพ
ซึ่งถ้าเราสอบได้แล้วจะต่ออายุสมาชิกหรือไม่ต่อก็เป็นสิทธิ์ของเราครับ สำหรับในส่วนของสมาคมฯเมื่อเราเป็น
สมาชิกแล้ว ทางสมาคมเค้าก็จะมีการจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ(คล้ายๆการติวนั่นแหละ)
ในสมัยนั้นไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ตอนนี้ไม่รู้จริงๆ อย่าลืมสอบถามด้วยแล้วกันครับ เมื่ออบรมเสร็จก็เตรียมตัวส่งสอบ
โดยเราจะต้องไปเช็คประวัติตัวเองที่สถานีตำรวจเสียก่อนเพื่อให้ทางตำรวจออกใบรับรองมาว่าเราเป็นบุคคลที่ไม่
เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ แล้วนำใบรับรองนี้มายื่นต่อสมาคมเพื่อเป็นหลักฐานในการส่งสอบต่อไป
เมื่อส่งหลักฐานครบแล้ว ทางสมาคมจะดำเนินการส่งสอบ เราก็กลับมารออยู่บ้านคอยรับจดหมายเรียกตัวจากกรม
ประชาสัมพันธ์ในการนัดหมายวันสอบต่อไป

                    - นายกสมาคมนักจัดรายการ ข่าววิทยุ โทรทัศน์และหนังสือพิมพอันนี้ผมไม่มีข้อมูลครับใครอยู่ใน
แวดวงข่าวก็ลองสอบถามหาข้อมูลกันเอาเองนะ
                      ขั้นตอนต่อมา คือการยื่นเอกสารที่กองงาน กกช.ซึ่งถ้าสมาคมฯส่งสอบ ทางสมาคมฯจะดำเนินการ
ตรงนี้ให้ เราไม่ต้องมาวิ่งเรื่องเองครับ แต่ถ้าเป็นคนอื่นส่งสอบเราอาจจะต้องมายื่นเอกสารเอง ซึ่งประกอบด้วย
หนังสือนำส่ง,ใบสมัคร,รูปถ่าย1นิ้ว 3รูป,สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชน
                      จากนั้นทาง กกช.จะตรวจสอบเอกสาร ถ้าไม่ครบต้องแจ้งกลับต้นสังกัด เอามาให้ครบ แต่ถ้าเอกสาร
 เรียบร้อยก็จะทำการลงทะเบียนจัดลำดับในการเรียกสอบต่อไป
                      ขั้นตอนการเรียกสอบ มี2ลักษณะ คือการเรียกสอบจากบุคคลทั่วไปที่มาลงทะเบียนไว้ซึ่งจะนัดสอบ
ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี วันละ 100 คน
โดยเรียกจากบัญชีรายชื่อในทะเบียนที่ไม่ได้ส่งโดยวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งจะ
เรียกสอบโดยส่งไปรษณียบัตรแจ้งล่วงหน้าก่อนสอบ 15-20วัน และอีกประเภทนึงคือผู้ที่ผ่านเข้ามาทางการ
ประสานโดยตรงจากทางสถานีวิทยุ-โทรทัศน์ สำหรับผู้ที่ประกอบวิชาชีพเป็นผู้ประกาศและผู้ดำเนินรายการอยู่
แล้ว โดยประเภทหลังนี่จะสอบในวันอังคาร


                        การสอบ
                                           - ผู้เข้าสอบรับบัตรคิว เวลา 10.00 น.
                                           - ลงทะเบียนสอบ/แจกข้อสอบ เวลา 11.00 น.
                                           - ฟังคำแนะนำการอ่าน หลักเกณฑ์การให้คะแนน เวลา 12.00 น.
                                           - เริ่มการสอบเวลา 13.00 น. ตามลำดับลงทะเบียน ฟังเรียกลำดับ..
                                             นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วให้ดี และเข้าห้องสอบ..


                        การประกาศผลสอบ จะประกาศผลทันทีหลังสอบเสร็จ ณ สถานที่สอบ ถ้าสอบได้คะแนนเกิน 50 ถือว่าผ่าน รอรับบัตรแล้วกลับบ้านส่วนใครสอบได้ ต่ำกว่า 50 คะแนน ถือว่าสอบตก ให้กรอกใบขอทดสอบครั้ง
ต่อไป แล้วก็จงรอต่อไปสำหรับการเรียกสอบในครั้งหน้าซึ่งใช้เวลาเป็นเดือนๆ
                       เป็นอันจบขั้นตอนการสอบใบผู้ประกาศ

    
                  
สอบยากมั้ย? 
                        เป็นคำถามที่เจอประจำซึ่งจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย  ขึ้นอยู่กับทักษะการอ่านของแต่ละคน
ถ้าไม่เคยดูข่าว หรือฟังข่าวตามโทรทัศน์วิทยุบ้างเลยคงจะรอดยาก เพราะในข้อสอบให้อ่านข่าวซึ่งมีข่าวทุก
ประเภท ดูตัวอย่างข้อสอบที่นี่ การเว้นวรรคตอนการอ่านต้องถูกต้อง ถ้าอ่านผิดให้ขออภัยแล้วอ่านใหม่  แต่อย่าผิด
บ่อยเพราะถึงกรรมการจะให้อภัย แต่ก็ไม่ได้ให้คะแนนนะจะบอกให้ ตกอยู่ดี.
.

                       ที่มีหน่วยงานต่างๆมาจัดอบรมเทคนิคการสอบใบผู้ประกาศแล้วเก็บตังค์ด้วยควรจะ
เข้ารับการอบรมดีมั้ย?

                         ถ้าคุณเป็นคนที่มีทักษะในการอ่านออกเสียงค่อนข้างดีอยู่แล้วหรือฟังข่าว7โมงเช้าของกรม
ประชาสัมพันธ์อยู่เป็นประจำแล้วสามารถอ่านข่าวได้ใกล้เคียงหรือทำได้เท่ากับเค้า ก็บอกเลยว่าไม่จำเป็น เพราะการ
จัดอบรมลักษณะนี้ เข้าข่ายหาตังค์เข้ากระเป๋ามากกว่าตั้งใจที่จะมาเผยแพร่ความรู้ แต่ถ้าคุณเป็นคนขี้เกียจดำเนิน
เรื่องการสมัครสอบเอง เบื่อการเดินทาง และอยากรู้อะไรอีกนิดหน่อยซึ่งก็ไม่ได้สำคัญอะไรนักถ้าเค้าดำเนินการเรื่อง
ส่งสอบให้ด้วย ก็จ่ายๆให้เค้าไปเหอะเพื่อความสะดวก อันนี้ก็ลองตัดสินใจกันเอาเอง สำหรับค่าอบรมที่ขั้นต่ำอยู่ที่
1500 บาทต่อคน..

     
                           ไม่มีใบผู้ประกาศ เป็นดีเจได้มั้ย?
                            เป็นได้ครับ ดีเจวิทยุชุมชนไง แต่ถ้าเป็นกรณีคลื่นหลัก ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงานที่เป็น
เจ้าของความถี่ โดยตามหลักการแล้วจำเป็นต้องมี มิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตจากนายสถานีให้เข้ามาเป็นผู้ดำเนิน
รายการและยังผิดข้อบังคับของกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งถ้ากรมประชาสัมพันธ์จริงจังกับเรื่องนี้ มีหวังได้เด้งกันกราว
รูด บางหน่วยงานเคร่งครัดเอาเป็นเอาตายกับผู้ได้รับสัมปทานคลื่น ใครไม่มีไม่ให้จัด แต่ในขณะเดียวกันนักจัด
รายการในสังกัดที่ตัวเองทำอยู่กลับไม่มีใบผู้ประกาศซักคน...คุณภาพรายการก็แย่..แบบนี้เรียกว่า สองมาตรฐาน....
(เด็กเส้นอ่ะ รู้จักมะ..) หรือถ้าคุณมั่นใจว่าหน้าตาดีก็อาจจะไม่ต้องมีก็ได้   เพราะไม่เห็นทางกรมประชาสัมพันธจะ
ว่าอะไร นอกจากขอให้เร่งจัดการไปสอบซะ... ผู้ใหญ่เค้าคงขอกันได้น่ะ  ส่วนเราถ้าหน้าตาไม่ดีและคิดว่าไม่มีเส้น
สายก็ทำให้ถูกขั้นตอนเถอะครับ เพราะนั่นหมายความว่าคุณได้ถูกกลั่นกรองมาแล้วขั้นนึงเปรียบเสมือนมีใบประกอบ
โรคศิลป์ เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ ส่วนจะได้ดีในวิชาชีพหรือไม่นั้นอยู่ที่ความมีจรรยาบรรณการรู้จักเอาตัวรอดและ
พัฒนาตนเองเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพ ....ขอให้โชคดีครับ



foot