การบินโดยใช้อุปกรณ์ช่วยบิน GPS และการร่อนลงโดยใช้ ILS


   11. ตอนนี้เครื่องก็มาจอดอยู่ที่ GATE5 ตามที่เราได้ตั้งไว้ตั้งแต่แรกในข้อที่3 นะครับ ลองย้อนกลับไปดู
 ที่นี่คือสนามบินเชียงใหม่ครับ และเราก็จะเริ่มติดต่อกับ เชียงใหม่GROUND เพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

   12. คลิกที่รูปหูฟัง จากนั้นกดเลือกข้อ1 ติดต่อ ground เพื่อขอ clearance เตรียมขึ้นบิน

   13. เมื่อ ground รับทราบแล้วก็จะตอบกลับมายืดยาวเชียว เราก็ตอบรับไปตามขั้นตอน กด3เพื่อใช้เส้น
 สีชมพูในการนำทางเพื่อจะได้taxiไปได้ถูกทาง ในระหว่างนี้ก็ ปลดเบรกแล้ว push back เครื่องออกมา
 เลย โดยใช้ปุ่ม shift+P บนคีย์บอร์ดเพื่อให้เครื่องถอยหลัง(shift+P+1 เครื่องจะถอยแล้วหันหัวไปทาง
 ขวา ส่วน shift+P+2 เครื่องจะถอยแล้วหันหัวไปทางซ้ายจากมุมมองในcockpit)

 ** ตัวเลข 1,2 ต้องใช้เลขบนแป้นพิมพ์เท่านั้นครับ ถ้าใช้เลขที่ num pad เครื่องจะไม่เลี้ยว
 วิธีการกดคือ shift +P แล้วกดหมายเลขตามทันทีอย่างรวดเร็ว

   14. เมื่อถอยได้ระยะแล้วก็กด shift+P อีกครั้ง เครื่องก็จะหยุดถอยหลัง คราวนี้เร่งเครื่องเดินหน้าเบาๆ
 เราจะใช้ความเร็วในการ taxi ไม่เกิน 20 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยให้ taxi ตามเส้นชมพูไปเลย และคอยฟังคำสั่ง
 จาก ground ด้วย เผื่อมีการ hold

   15. ในระหว่าง taxi ไปตาม taxi way เราก็เซท flaps ไปพลางๆ ในกรณีนี้ เครื่องบินมีน้ำมันเต็มถัง
 ผมจะใช้ flaps 10 แล้วดึงหัวเครื่องช่วยในการ takeoff
 ความเร็ว V1=135, VR=145,V2=165 สำหรับเครื่อง 737 ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับน้ำหนักเครื่องด้วยครับ
 ** V1= ระยะตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป
     VR=ดึงหัวขึ้น
     V2=ไปแล้วแน่นอน เก็บล้อ

   16. เมื่อเซททุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราก็ taxi มาเรื่อยๆ จนถึง runway เส้นชมพูจะหายไป เราก็ขึ้นไปบน
 runway จอดรอ แล้วติดต่อ tower เพื่อเคลียร์ runway ให้เราวิ่งขึ้น

   17. จอดเครื่องให้อยู่ตรงกลาง runway เลย แล้วติดต่อกับ tower เพื่อรอคำสั่งให้วิ่งขึ้น

   18. เมื่อได้รับคำสั่ง Cleared for takeoff เราก็ทวนคำสั่ง แล้วเร่งเครื่องให้เต็มที่เพื่อทะยานขึ้นสู่
 ท้องฟ้า โดยปกติ จะใช้ความเร็วประมาณ 140 ไมล์ต่อชั่วโมงในการวิ่งขึ้น ใช้flaps 10 ถ้าสนามบินมี run
 way สั้นเราอาจเปิด flaps ให้มากขึ้นก็ได้ เพื่อที่เครื่องจะได้ยกตัวเร็วขึ้น

   19. เมื่อดึงหัวเครื่องบินขึ้น ให้เครื่องเชิดหัวประมาณ 10 องศา พอ airborn แล้วก็เก็บล้อเลยครับกด G
 เมื่อไต่ขึ้นไปได้ประมาณ 1500 ฟิต ก็เก็บ flaps ให้หมด[F5] ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การใช้ auto pilot


   20. ตัวเลขค่าต่างๆเราตั้งไว้แล้วก่อนบินขึ้น เมื่อได้ระดับแล้ว เราก็จัดการกดปุ่มบังคับมันซะ ลูกศรแดง
 บังคับ heading   ลูกศรน้ำเงินคือความเร็วสูงสุดที่ตั้งไว้ เพื่อป้องกัน over speed ลูกศรเขียวคือการ
 รักษาระดับการ cruise ตอนนี้อยู่ที่ 7000 ตามคำสั่ง ของเชียงใหม่ ground เมื่อกดครบทั้ง 3 ปุ่มแล้ว
 เราก็กด auto pilot เพื่อบังคับการทำงานทั้งหมด (ที่ลูกศรสีเหลืองชี้) เครื่องก็จะทำตามคำสั่งเราทั้งหมด
 ซึ่งเครื่องบินแต่ละแบบจะมีปุ่ม auto pilot ไม่เหมือนกันนะครับ ลองสังเกตดูว่าอยู่ตรงไหน ตอนนี้เครื่อง
 เลี้ยวไปตาม heading ที่ผมได้ตั้งไว้แล้ว หรือ ATC เค้าสั่งให้บินไปที่ heading เท่าไหร่ เราก็ใช้เม้าส์
 คลิกที่ตัวเลข heading ให้เป็นตัวเลขตามนั้น เครื่องก็จะบินไปตามคำสั่ง
 ** ควรตั้งค่าความเร็วIAS ไว้ที่ 250 เท่านั้นเมื่อบินต่ำกว่า 10,000 ฟิต และเมื่อไต่ขึ้นไปเกิน10,000ฟิต
 แล้ว จึงสามารถเพิ่มความเร็วได้ ส่วนจะเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหนถึงจะไม่เกิด over speed ให้ดูที่ตรงนี้
 
 ให้สังเกตเข็มสีขาวแดง นั่นคือความเร็วที่จำกัดอยู่ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นได้เองเมื่อบินสูงขึ้น
ส่วนสีเหลืองคือความเร็วที่เราบินอยู่ในขนะนั้น อย่าให้เกินเข็มขาวแดงเพราะจะover
สีส้มคือ IAS ที่เราตั้งไว้ซึ่งจะทำงานเมื่อเรากดปุ่มกระตุ้นมัน ในภาพจะเห็นว่า IAS
อยู่ล่างสุดเพราะผมไม่ได้กดปุ่มให้มันทำงาน ถ้ากดปุ๊บ เข็มเหลืองจะลดหรือเพิ่มมาตรง
กับเข็มส้มทุกครั้ง ลองทำดูนะครับ
 ** ในภาพซ้ายมือจะเห็นว่าผมตั้ง IAS ไว้ที่ 330 ซึ่งถ้าบินด้วยโปรแกรม Fs passenger จะถูกตัดแต้ม
 เพราะใช้ความเร็วเกิน 250 ในขณะที่บินต่ำกว่า 10,000 ฟิต แต่ในกรณีนี้ผมไม่ได้ใช้ Fsp ก็สามารถบิน
 ได้เหมือนกันครับ เพียงแต่มันไม่สมจริงเท่านั้นเอง






<<<< page 1,2,3,4,5 >>>>








Copy Right@2006 - www.djadisorn.com - All Rights Reserved.
contact webmaster : webmaster@djadisorn.com
Web hosting sponsor by CyberSpeer http://www.cyberspeer.com