# เอ็นท์สะท้าน...
ช่วงปิดภาคฤดูร้อนเป็นช่วงที่น้องๆ หลายคนได้มีโอกาสหยุดพักผ่อน
คลายเครียดกัน หลังจากที่ต้องตรากตรำก้มหน้าก้มตา
(บางคนก็แอบหลับ) เรียนหนังสือกันมาหลายเดือน เดือนเมษายนถือว่าเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี
รัฐฯก็เลยให้นักเรียนได้หยุดหลบร้อนกัน เพราะขืนนั่งเรียนกันต่อมีหวังประสาทเอาง่ายๆ
ด้วยความที่เมืองไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ฉะนั้นความร้อนจึงจัดอยู่ในขั้นโคตะระร้อน
ฉะนั้น
จึงต้องรอให้ฤดูร้อนผ่านพ้นไปก่อน ถึงค่อยกลับมาเรียนกันใหม่...
พอฤดูร้อนผ่านพ้นไป
ฝนก็เข้ามาแทนที่ ช่วงเดือนพฤษภาคมก็จะมีทั้งร้อนทั้งฝน แต่เด็กบางกลุ่มกลับ
รู้สึกหนาวเพราะว่าต้องรอลุ้นผลสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย หรือที่เค้าเรียกกันว่า
"เอนทรานซ์"นั่นเอง ..
เรียนกันมาตั้งหลายปี.......วันนี้แหละผลของความตั้งใจจะได้ประจักษ์แก่สายตา......ลำพังตัวเองลุ้น
คนเดียวก็ตื่นเต้นแทบแย่ แต่นี้บางคนมีทั้งพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย
ลุง ป้า น้า อา ตามมาลุ้นด้วย ยิ่งทำให้รู้สึก
สาหัสสากรรจ์เข้าไปกันใหญ่ เสมือนแบกโลกทั้งโลกมาไว้บนบ่า
ถ้าสอบไม่ได้ฉันจะเป็นอย่างไรหนอ........เฮ้อ.........
การสอบเอนทรานซ์สมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อน
เพราะมีการนำเอาผลการเรียนจากในห้องเรียนมาดู
ประกอบกับคะแนนการสอบด้วย เพราะฉะนั้นคนที่ตั้งใจเรียนมาตั้งแต่แรกก็ดูเหมือนจะมีโอกาสที่มากกว่า
คนที่เกรดเฉลี่ยไม่ค่อยดี ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตัดสินกันที่การสอบอย่างเดียว
บางคนฝนคำตอบมั่วๆแต่
บังเอิญไปตรงกับข้อที่ถูก ก็สอบติด ถือว่าโชคดีไป.......แต่โชคดีแบบนี้คงไม่มีบ่อยๆ
ส่วนที่ว่ากันว่าต่อไปในอนาคตจะไม่มีการสอบเอนทรานซ์
แต่จะดูจากคะแนน และเกรดเฉลี่ยที่ได้จากการเรียนที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียวนั้น
เป็นแนวคิดที่ดี ที่คิดจะยกระดับมาตรฐานการศึกษา.......
แต่ขอบอกว่ามันทำยาก........ยากพอๆกับลุ้นบอลไทยไปบอลโลก........เพราะมาตรฐานการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนนั้นไม่ได้เท่ากันเลย
ไม่หยั่งงั้นโรงเรียนดังๆคงไม่มีคนแห่ไปสอบเข้ากันโครมๆ กลายเป็นค่านิยม
คนเก่งต้องจบจากโรงเรียนดังๆ ประกาศคะแนนปุ๊บ
อันดับ 1
จาก เตรียมฯ ทั้งปี.......ยังไม่เคยเห็นนักเรียนจากโรงเรียนโนเนมสอบเอนท์ฯได้ที่
1 ซักที.......ความแตกต่างมันเห็นกันชัดเจน........
พอถึงเวลาประกาศผลสอบ ก็ลุ้นกันใจตุ๊มๆต่อมๆ คนที่สอบได้ก็ย่อมดีใจ
พ่อแม่ ปลื้มใจ ลูกชั้นเก่ง......ถ้ามีอันจะกินหน่อยก็อาจ
จะมีรางวัล เป็นการอัดฉีด เป็นรถมั่ง เป็นเงิน เป็นอะไรก็แล้วแต่ที่มันแพงๆ
เอามาประเคนให้ลูกเพื่อเป็นกำลังใจส่วนคนที่ฐานะปานกลางหรือยาก
จน ถ้าจะไม่ได้อะไร ขอบอกว่าไม่ต้องเสียใจ เพราะความปลื้มใจที่ครอบครัวคุณมีให้มันก็น่าดีใจแล้วหละ........คิดถึงวันที่ตัวผมเองสอบเอ็นท์ติด
พ่อแม่ก็ไม่ได้ให้อะไร มีแต่พี่สาวที่ซื้อแหวนปลอกมีดหนัก 1 สลึงให้เท่านั้น
ในฐานะที่แกเก่งกว่าชั้นที่เอ็นท์มา 3 ปีไม่เคยติด.....
การสอบได้
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ถือว่าน่าภูมิใจเพราะที่นั่งในมหาวิทยาลัยของ
รัฐฯมีจำนวนจำกัดเหมือนคอขวดที่เราต้องแย่งกันผ่าน พอผ่านมาได้ก็โล่ง.....ส่วนคนที่ไม่สามารถ
ผ่านมาได้ก็ต้องรอโอกาสต่อไปหรือไม่ก็เลือกทางเดินสายอื่นต่อไป....ชีวิตไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้นะ.....
มีบางคนโทร.มาบอกว่าหนูสอบไม่ได้ แม่ไม่ยอมพูดด้วย.......หนูเลยเซ็งหนักเข้าไปอีก.........
อยากบอกคุณแม่ว่าอย่าโกรธน้องเค้านานเลยครับ มีคนอีกเป็นแสนๆที่เค้าก็สอบไม่ได้เหมือนกัน
ควรเอาเวลาที่จะงอนกันมาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี....จะเรียนที่ไหนอย่างไร
อันนี้น่าจะเข้าท่ากว่า.....บางคนร้องไห้ฟูมฟาย ก็ขอให้ร้องแค่ครั้งเดียวจบ
อย่าเสียใจนาน นี่ยังดี
ที่ปีนี้ไม่มีข่าวว่ามีเด็กไปโดดตึก....สงสารตึกที่ไม่ผิดแต่ต้องมาทนเห็นภาพบาดตา
อย่าทำเลยครับ
เพราะมันมีแต่ความสูญเสีย และไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของใครดีขึ้นมา
เรียนที่ไหนก็ได้ถ้าเราตั้งใจ
ซะอย่างเอาไว้ไปวัดกันอีกทีตอนเรียนจบ แล้วเริ่มต้นทำงาน ถึงวันนั้นเราจะได้พิสูจน์คุณค่าในตัวเรากันอีกครั้ง.........
4ปีนี่มันไวเหมือนโกหกเชียวครับ...........