เที่ยวอัมพวา 19-21 ม.ค.50

                     วันที่สอง วันนี้ตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อจะมารับอากาศบริสุทธิ์ที่ริมคลอง และว่าจะเก็บภาพพระสงฆ์ที่พายเรือมาบิณฑบาตรตอนหกโมงเช้า แต่ปรากฎ
ว่าอาบน้ำนานไปหน่อยเลยออกมาไม่ทันพระ...อืม ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน อากาศวันนี้มีหมอกบางๆทั่วทั้งคลอง ผู้คนก็เริ่มดำเนินชีวิตไปตามปกติ
ผมนั่งมองเรือที่แล่นผ่านไปมา มีทั้งเรือพายเรือหางยาว พร้อมกับซดข้าวต้มร้อนๆ กับน้ำเต้าหู้เป็นอาหารเช้า ในคลองมีแม่ค้ามาขายก๋วยเตี๋ยวเรือด้วย ชามละ 10
บาทเอง แถมยังได้เยอะกว่าก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ประมาณเท่าตัว ผู้คนที่นี่ ชีวิตจะผูกพันกับแม่น้ำ ลำคลองมาก ทั้งเรื่องอุปโภค บริโภคและการสัญจรไปมาก็ใช้
เรือซึ่งสะดวกกว่ารถมาก สถานที่สำคัญๆทุกแห่งสามารถไปทางเรือได้ แม้แต่โรงเรียนก็ไปทางเรือ
                     สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยววันนี้ หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จประมาณ 9 โมงก็ออกเดินทางไปยังตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งก็ไม่ไกลจากอัมพวานัก
ตลาดน้ำดำเนินสะดวกถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองไทย และเป็นหนึ่งแห่งที่ถูกบรรจุไว้ในโปรแกรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแทบทุกทริป หากมา
เที่ยวเมืองไทย ต้องมาตลาดน้ำดำเนินสะดวก ทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างเนืองแน่นในทุกๆวัน

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
ข้าวต้มยามเช้า อร่อยริมคลอง
นกนางแอ่นเตรียมตัวออกหากิน
มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
ตลาดน้ำดำเนินสะดวก
มีของมาขายเพียบ
ก๋วยเตี๋ยวเรืออร่อยๆ
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
คุณป้าขายหมวก รอนักท่องเที่ยวเข้ามาจอด
นักท่องเที่ยวต่างก็อยากมาตลาดน้ำ
เรือติด การจราจรติดขัด
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
ทั้งพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวมากันแน่น
คุณยายก็มาขายของกับเค้าด้วยนะ
ขอเก็บภาพสวยๆไว้เป็นที่ระลึก

                     ไหนๆก็มาถึงดำเนินสะดวกแล้ว ขอนั่งเรือเที่ยวซักรอบก็แล้วกัน วันนี้วันเสาร์มีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ทำให้การจราจรในน้ำติดขัดเป็นอย่างมาก
ผมต้องคอยช่วยป้าคนพายจับหัวเรือเพื่อให้ไปได้สะดวก ซึ่งก็ไปไหนไม่ได้ไกลเพราะเรือแน่นเหลือเกิน หมดรอบแล้วก็มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือซึ่งแพงกว่าอัมพวาคือ
ชามละ 15 บาท จากนั้นซื้อผลไม้มานิดหน่อยแค่พอกิน ยังไม่ได้ซื้อฝากเพราะต้องอยู่อีกวัน ผลไม้ที่นี่ราคาถูก อย่างชมพู่เพชรบุรี ลูกแดงๆโตๆ โลละ 25 บาทเอง
หรือมะพร้าวน้ำหอม ลูกละ 5 บาทก็มี  พอได้ของกินเสร็จก็กลับขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยังอุทยาน ร.2

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
อุทยาน ร.2
แถวบน 25 แถวล่าง 200-250
ทานข้าวกลางวันที่นี่
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
ห้องพักริมแม่น้ำ คืนละ 1000
มื้อค่ำที่นี่คงจะได้บรรยากาศมากๆ
มีห้องประชุมด้วย 2 ห้องทั้งใหญ่-เล็ก
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
โบสถ์วัดหลวงพ่อเนื่อง
มาขอพรจากหลวงพ่อ
ขอโชคขอลาภก็ได้
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
ช้างเสี่ยงทาย มหัศจรรย์มากๆ
หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเนื่อง
ร่างของท่านอยู่ในโลงแก้วด้านหลัง

                       อุทยานพระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 2 หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า อุทยาน ร.2 นั้น ตั้งอยู่ที่อำเภออัมพวา มีเนื้อที่ 11 ไร่ เป็นที่พระราชสมภพของ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ภายในมีกลุ่มอาคารทรงไทยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะวัตถุสมัยรัตนโกสินทร์และความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัย
รัชกาลที่ 2 มีพื้นที่ปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดี มีร้านอาหาร มีผลิตผลพื้นเมืองและงานศิลปหัตถกรรมมาขายให้กับนักท่องเที่ยวด้วย ตรงจุดนี้ไม่ได้ถ่ายภาพมาเยอะ
ส่วนมากเป็นภาพหมู่เพื่อนๆกันมากกว่า ก่อนออกจากอุทานแวะดูของเล่นเก่าที่ร้านขายของเก่า มีของเล่นสังกะสีขายชิ้นเล็กๆราคาไม่แพง แต่ถ้าชิ้นใหญ่อย่างเรือ
ป๊อกแป๊ก(ลำละ200)ก็จับไม่ลงเหมือนกัน ตอนเด็กๆซื้อลำละ5บาทเองง่ะ วันนี้ไปกินข้าวกลางวันที่บ้านทิพย์สวนทอง อาหารอร่อย บรรยากาศดี มีบ้านพักด้วย
                      จากนั้นเราก็ออกเดินทางไปยังวัดจุฬามณี หรือวัดหลวงพ่อเนื่อง ซึ่งท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมาก โดยเฉพาะเซียนหวยจะรู้จักกันดี ปัจจุบันท่านได้ละ
สังขารไปนานแล้วแต่ร่างของท่านยังไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์ลูกหาจึงได้สร้างโลงแก้วถวาย และเปิดให้ประชาชนได้เข้ามากราบไหว้สักการะกัน กระนั้นเลย
ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้วลองขอพรหลวงพ่อซักหน่อยจะดีกว่า...ว่ากันว่าให้อธิษฐานแล้วลองยกช้างเสี่ยงทายดูว่าว่าจะสมหวังหรือไม่ ด้วยการใช้นิ้วเดียวยก(ชายนิ้ว
ก้อย หญิงนิ้วนาง) ให้ยกสองครั้งครั้งแรกอธิษฐานว่าถ้าสิ่งที่ขอสมหวัง ขอให้ยกขึ้น และครั้งที่สองให้อธิษฐานว่า ถ้าสิ่งที่ขอสมหวังขอให้ยกไม่ขึ้น ผมได้ลองขอ
พรจากหลวงพ่อแล้วลองยกดู ปรากฎว่าครั้งแรกยกขึ้น(แต่ค่อนข้างลำบาก) ส่วนครั้งที่สอง ในใจผมไม่อยากยกขึ้นกลัวว่าจะไม่สมหวัง แต่อีกใจก็อยากลอง เลยตัด
สินใจยกอีกครั้ง ปรากฎว่ายกไม่ขึ้นครับ จะว่าไม่ออกแรงเลยคงไม่ใช่ ทีแรกลองยกเบาๆปรากฎว่าไม่ขึ้น เลยแปลกใจลองใส่แรงแบบเต็มๆปรากฎว่ายังไงก็ไม่ขยับ
เหมือนมีคนมานั่งทับไว้เลย ก็เลยดีใจว่าสิ่งที่ขอคงสมหวัง แต่ก็คงต้องพยายามอย่างมากในการที่จะได้มา(ตามน้ำหนักที่ยกครั้งแรก) ซึ่งถ้าสิ่งที่ผมได้ขอพรจาก
หลวงพ่อไป หากเป็นจริงผมจะกลับไปนมัสการหลวงพ่ออีกอย่างแน่นอนครับ(ขอไม่บอกนะว่าขอพรว่าอะไร ไว้สมหวังจะมาเฉลย) เสร็จจากขอพรก็เดินมาชม
ความงามของหินมรกตจากปากีสถาน ซึ่งทางวัดได้นำมาปูพื้นโบสถ์ สวยงามและเย็นสบายมาก จากนั้นก็กลับรีสอร์ทไปพายเรือเล่นในคลองและเตรียมตัวไปตลาด
น้ำซอยวัดอัมพวันในตอนค่ำ
                                                                                                



หน้าต่อไป

กลับไปที่หน้าที่แล้ว




Copy Right@2003 - www.djadisorn.com - All Rights Reserved.
contact webmaster : webmaster@djadisorn.com
Web hosting sponsor by CyberSpeer http://www.cyberspeer.com